เรามีบริการ เรือลอยอังคาร และ ทัศนศึกษาทางทะเล
เพื่อเป็นกิจการสวัสดิการทางทะเลให้กับข้าราชการ พนักงานราชการ และครอบครัวของกองทัพเรือ รวมไปถึงประชาชนบุคคลทั่วไป โดยมีเรือ "กร.705" และ "กร.709" ไว้บริการ โดยกองการฝึก กองเรือยุทธการ
สันนิษฐานว่า พิธีนี้ ได้รับอิทธิพลมาจากชาวอินเดีย ซึ่งนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เหตุเพราะคนอินเดีย ถือว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ชำระบาปได้ ด้วยเหตุนี้การเผาศพจึงชอบที่จะมาเผากันที่ริมแม่น้ำคงคา กันมาก เพราะถ้าไม่ได้สัมผัสกับน้ำในแม่น้ำคงคา แล้วก็จะไม่ได้ขึ้นสวรรค์ หรือไม่หมดบาปนั่นเอง สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการบันทึกในพงศาวดารกล่าวถึง พิธีการลอยอังคาร โดยเฉพาะการลอยพระอังคารของบรรดาเจ้านายต่างๆไว้อย่างชัดเจน และสืบเนื่องมากระทั้งกรุงรัตนโกสินทร์.
LEARN MORE
ให้บริการในการทำพิธีลอยอังคาร และเพื่อจัดกิจการสวัสดิการทางทะเลให้กับข้าราชการ พนักงานราชการและครอบครัวของกองทัพเรือ รวมไปถึงประชาชนบุคคลทั่วไป โดยมีกิจกรรมคือ พิธีลอยอังคาร และ ทัศนศึกษาทางทะเล ซึ่งมี ” เรือ กร.705 ” และ ” เรือ กร.709 ” ไว้บริการ โดยกองการฝึก กองเรือยุทธการ
" พิธีการลอยอังคาร " นั้นน่าจะมีที่มาจากประเทศอินเดีย ก็ยังคงมีความซับซ้อนไปอีกชั้นหนึ่ง โดยเชื่อว่าน่าจะมาจากประเทศอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก เหตุเพราะถ้าเป็นคติทางพุทธแล้ว มักจะนิยมเผาศพแล้วเอาอัฐิธาตุ (กระดูก) ฝังและก่อกองดินหรือกองหิน ตรงที่ฝัง ซึ่งเรียกกันว่า “สถูป”.
" อังคาร " ที่เป็นเถ้าถ่านจากการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า โมริยกษัตริย์ได้นำไปบรรจุไว้ในสถูปที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสักการบูชา ที่เมืองปิปผลิวัน เรียกว่า “อังคาร สถูป” ดังนั้น ประเทศไทยจึงรับเอาวัฒนธรรม ประเพณีนี้มาทั้งสองทาง คือ ทั้งฮินดู และพุทธ กล่าวคือ สำหรับทางพุทธ ถ้าเป็นคนชั้นสูงก็จะก่อพระเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุ ถ้าเป็นคนชั้นล่างก็เป็นแต่เพียงฝังอัฐิธาตุหรือเอาไป กองทิ้งไว้โคนต้นไม้ส่วนพระอังคารหรือถ่านที่เผาพระศพ ก็จะเชิญไปลอยปล่อยไปในแม่น้ำตามคติทางฮินดู เพิ่งมาเลิกลอยพระอังคาร เปลี่ยนเป็นบรรจุพระอัฐิธาตุเมื่อ รัชกาลที่ ๕ มานี้เอง.
กรณีเก็บอัฐิ (กระดูก) หรืออังคารไว้ไม่เกิน 100 วัน หรือไม่นาน ก่อนออกจากบ้านให้จุดธูป 1 ดอก และกล่าวบอกท่านผู้ล่วงลับ ชื่อ... นามสกุล...ว่าจะพาท่านไปฝากไว้กับพระแม่คงคา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครอง
กรณีเก็บอัฐิไว้นานเกิน 100 วัน หรือหลายปี ควรนิมนต์พระเพื่อทำพิธีบังสกุลให้ท่านผู้ล่วงลับก่อนนำมาลอยอังคาร หรือให้ทางเจ้าหน้าที่เรือนิมนต์พระสงฆ์มาร่วมทำพิธีที่เรือพร้อมกับพิธีลอยอังคารก็ได้

การขอขมาแม่นางเรือ เพื่อนำอัฐิและอังคารลงเรือ
กล่าว นะมัตถุ/ นาวานิวาสินิยา/ เทวตายะ/ อิมินา สักกาเรนะ/ นาวานิวาสินิง/ เทวตัง/ ปูเชมิ/ ข้าพเจ้า/ ขอน้อมไหว้บูชาแม่ย่านางเรือ/ ผู้คุ้มครองรักษาเรือลำนี้/ ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ ด้วยข้าพเจ้า/ พร้อมด้วยญาติมิตร/ ขออนุญาตนำอัฐิและอังคารของ……………………….ลงเรือลำนี้/ ไปลอยในทะเล/ ขอแม่ย่านางเรือ/ ได้โปรดอนุญาต/ ให้นำอัฐิและอังคารลงเรือได้/ และได้โปรดคุ้มครองรักษา/ ให้ข้าพเจ้าและญาติมิตร/ กระทำพิธีลอยอัฐิและอังคาร/ ด้วยความสะดวกและปลอดภัย/ โดยประการทั้งปวง เทอญ
คณะญาติมิตรนำอังคารลงเรือ
ออกเรือไปยังจุดที่จะลอยอังคาร

การไหว้อังคาร
พิธีกรจัดเครื่องบูชาเจ้าแม่นที – ท้าวสีทันดรให้ประธาน ฯ
ประธาน ฯ จุดเทียน 1 เล่ม และธูป ๗ ดอก ที่กระทงดอกไม้ 7 สี
กล่าวบูชา/กล่าวฝากอังคารกับเจ้าแม่นทีสีทันดร โดยประธาน ฯ กล่าวเอง หรือพิธีกรกล่าวนำ

การบูชาเจ้าแม่นทีและท้าวสีทันดร
พิธีกรจัดเครื่องบูชาเจ้าแม่นที – ท้าวสีทันดรให้ประธาน ฯ
ประธาน ฯ จุดเทียน 1 เล่ม และธูป ๗ ดอก ที่กระทงดอกไม้ 7 สี
กล่าวบูชา/กล่าวฝากอังคารกับเจ้าแม่นทีสีทันดร โดยประธาน ฯ กล่าวเอง หรือพิธีกรกล่าวนำ
( ตั้งนะโม ๓ จบ )
นะมัตถุ/ อิมิสสัง/ มะหานะทิยา/ อะธิวัตถานัง/ สุรักขันตานัง/สัพพะเทวานัง/ อิมินา สักกาเรนะ / สัพพะเทเว/ ปูเชมะ. ข้าพเจ้าทั้งหลาย/ ขอน้อมไหว้บูชา/ เจ้าแม่นที/ ท้าวสีทันดร/ และเทพยดาทั้งหลาย/ ผู้สถิตคุ้มครองรักษาอยู่/ ในทะเลนี้/ ด้วยเครื่องสักการะนี้/ ด้วยข้าพเจ้าทั้งหลาย/ได้ประกอบกุศลกิจ/อุทิศส่วนบุญ/ แก่……………………/ผู้วายชนม์/ และกาลบัดนี้/ จักได้ประกอบพิธี/ ลอยอัฐิและอังคาร/ ของ………………………../พร้อมกับขอฝากไว้/ในอภิบาล/ ของเจ้าแม่นที/ ท้าวสีทันดร/ เจ้าแม่แห่งทะเล/ และเหล่าทวยเทพทั้งปวง/ ขอเจ้าแม่นที/ท้าวสีทันดร/ แม่ย่านางเรือและเทพยดาทั้งหลาย/ได้โปรดอนุโมทนา/ดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของ……………………/จงเข้าถึงสุคติ/ ในสัมปรายภพ/ ประสบสุข/ในทิพยวิมาน/ ชั่วนิรันดร์กาลเทอญ.

การลอยอังคาร
เมื่อกล่าวบูชา/กล่าวฝากอังคารกับเจ้าแม่นที-ท้าวสีทันดร เสร็จแล้วพิธีกรเชิญทุกคนยืนขึ้นไว้อาลัยประมาณ 1 นาที
ประธานฯ โยนเงินเหรียญ ( ตามสมควร ) ลงทะเล เพื่อซื้อที่ตามธรรมเนียมแล้วลงบันไดเรือทางกราบซ้าย ลอยกระทงดอกไม้ 7 สีโดยใช้มือประคองค่อย ๆ วางบนผิวน้ำโดยให้ผู้ร่วมพิธีทุกคนถือสายสิญจน์ด้วย
กล่าวบูชา/กล่าวฝากอังคารกับเจ้าแม่นทีสีทันดร โดยประธาน ฯ กล่าวเอง หรือพิธีกรกล่าวนำ
หากกราบเรือสูงจากผิวน้ำมากเกินไป และไม่มีบันไดลงเรือ ให้ใช้สายสิญจน์ทำเป็นสาแหรก 4 สาย จำนวน 2 สาแหรก คือใส่กระทงดอกไม้ 7 สี 1 สาแหรก และใส่ห่อลุ้งอังคาร 1 สาแหรกหย่อนลงไป
( ห้ามโยน )
เมื่อห่อลุ้งอังคารลงสู่ผิวน้ำแล้วให้โรยดอกกุหลาบ ธูปเทียนตามลงไปและสิ่งของสำหรับไหว้บูชาที่เหลือทั้งหมดก็ให้โรยตามลงไปด้วย
( เรือวนซ้าย 3 รอบ )

สิ่งที่ผู้ใช้บริการต้องเตรียมมาในพิธีลอยอังคาร 3 อย่าง คือ
อัฐิ ของท่านผู้วายชน กรณีมีหลายอัฐิ สามารถนำมาลอยได้ในคราวเดียวกัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (หากต้องการเพิ่ม กระทง ดอกไม้ จะเพิ่มอีกชุดละประมาณ 300 - 500 บาท)
เตรียมเงินเหรียญบาทหรือเหรียญอื่นๆ สำหรับโปรย มาสัก 10-20 เหรียญ
รูปภาพท่านผู้วายชน (กรณีไม่สะดวกไม่ต้องนำมาก็ได้ครับ)
